เทคนิคการขับรถขณะฝนตก | Thai Drive Exam

เทคนิคการขับรถขณะฝนตก

07/08/2020 | 4335

ข้อปฏิบัติ

  1. เปิดที่ปัดน้ำฝน และเปิดไฟส่องสว่างเพื่อเพิ่มระยะการมองเห็นของรถคันอื่น
  2. หากที่ปัดน้ำฝนเสีย/ชำรุดควรจะเปลี่ยน เพราะจะไม่สามารถมองเห็นทางในระยะ ที่จำเป็นได้ส่งผลให้ไม่อาจเบรกรถได้ทันกรณีจำเป็น และเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้
  3. เลือกใช้ความเร็วที่เหมาะสมในกรณีขับรถขณะฝนตก และควรตรวจสอบ สภาพดอกยาง ความลึกดอกยางให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้และควรเช็กสภาพ ก่อนทุกครั้งที่จะมีการขับรถให้เป็นประจำสม่ำเสมอ เพราะหากยางมีความลึก ของดอกยางไม่เพียงพอ การรีดน้ำออกจากยางจะทำได้ไม่ดีอาจทำให้รถลื่นไถล เสียการควบคุมได้
  4. กรณีขับรถผ่านบริเวณน้ำท่วมขัง ผู้ขับขี่ควรปิดการทำงานของเครื่องปรับอากาศ เพื่อป้องกันน้ำที่อาจกระเด็นเข้าสู่บริเวณพัดลมเครื่องปรับอากาศ ถูกพัดไปทั่ว บริเวณห้องเครื่องยนต์ซึ่งอาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร และเครื่องยนต์ดับได้

การเบรก

ในระหว่างที่สภาพถนนเปียกจะทำให้ประสิทธิภาพการเกาะถนนของยางลดลง ส่งผลให้ต้องการระยะทางในการเบรกมากขึ้น และมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดสภาวะ ล้อล็อก (Brake Lock) ซึ่งจะทำให้รถลื่นไถล และเสียการควบคุมได้ดังนั้น ผู้ขับขี่ ควรจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนในการเบรก ดังนี้

  1. เหยียบแป้นเบรกอย่างรวดเร็วให้ทันตามสถานการณ์
  2. กรณีรถที่ใช้ระบบเบรกทั่วไป ให้ปล่อยแป้นเบรกเพื่อป้องกันล้อล็อก แล้วเหยียบ อีกครั้ง โดยทำเช่นนี้ 2–3 ครั้งจะรถชะลอความเร็ว หรือหยุดตามต้องการ
  3. กรณีรถให้ระบบเบรก ABS (Anti Brake Lock System) ให้เหยียบเบรกโดย ใช้น้ำหนักให้สอดคล้องกับสถานการณ์ไม่ต้องใช้วิธีการย้ำเบรก เพราะระบบ ABS จะทำการเพิ่มและลดแรงเบรกอัตโนมัติซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการสั่น สะเทือนได้

การใช้สัญญาณไฟ

ในการขับรถระหว่างฝนตก ผู้ขับขี่ไม่ควรเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน เพราะจะทำให้ รถคันอื่นเข้าใจผิดว่าเป็นรถที่กำลังจอดอยู่